บทที่ 10 ความเจ็บปวด

  EP10.ความเจ็บปวด 

  “รดา…หมอมาร์คอยู่ห้องไหมคะ” นิชากรเอ่ยถามพยาบาลหน้าห้องของท่าน ผอ เมื่อเดินมาถึง เมื่อเช้าเธอเจอแหวนหมั้นของมาร์โคตกอยู่ใต้เตียงนอนของเธอ นิชากรจึงอยากนำมันมาคืนและเธอก็มีเรื่องอยากคุยกับเขาด้วย 

  “อยู่ค่ะหมอนิ เคาะประตูสามครั้งแล้วเข้าไปได้เลยนะคะ” รดายิ้มให้ก่อนที่เธอจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำจึงรีบเดินออกจากห้องนั้นไปทันที 

  แกร๊ก….

  “สวัสดีค่ะมาร์ค” 

  มาร์โคมองหน้านิชากรด้วยความแปลกใจที่จู่ๆอีกคนก็เข้ามาหาแบบไม่ทีปี่มีขลุ่ย ปกติเขากับนิชากรแทบจะไม่พูดคุยกันเลย ถึงแม้จะทำงานอยู่ที่เดียวกันก็ตาม 

  “มีอะไร” เขาถามกลับน้ำเสียงเย็นชา 

  อีกด้านหนึ่ง 

  เอมิกาเดินวนกลับมายังห้องทำงานของคู่หมั้นหนุ่มอีกครั้ง เนื่องจากเธอลืมหยิบกระเป๋าเอกสารที่เตรียมมาออกไปด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงเอมิกาก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นรดานั่งอยู่ที่ประจำ มือบางหมายจะจับลูกบิดประตูเปิดเข้าไป แต่ทว่า…ประตูมันกลับปิดไม่สนิทอยู่แล้ว เสียงคนที่คุยกันอยู่ด้านในจึงดังออกมาพอให้เธอได้ยิน

  “นิเอาแหวนหมั้นมาคืนมาร์คค่ะ คืนนั้นมาร์คน่าจะทำหล่น นิเจอมันตกอยู่ใต้เตียง” นิชากรยื่นแหวนหมั้นคืนแก่เจ้าของของมันไป มาร์โคเมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเขาคงทำหล่นไว้ที่นั่นจริงๆ 

  “ขอบใจ” 

  เอมิกาที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกหน้าชาวาบ หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินบทสนาของทั้งสองคน สมองน้อยประมวลผลได้ในทันทีว่าความสัมพันธ์ของมาร์โคกับผู้หญิที่กำลังคุยกันอยู่คงไม่ได้เป็นแค่คนรู้จักกันแบบธรรมดาแน่ แต่หญิงสาวก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อว่ามาร์โคจะทำแบบที่เธอคิด 

  “นิขอถามได้ไหมว่ามาร์คเต็มใจหมั้นหรือเปล่า” 

  มาร์โคเหลือบตาขึ้นไปมองคนที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ด้วยแววตาปนเศร้า สีหน้าของชายหนุ่มดูดุดันจนนิชากรรู้สึกเกร็ง 

  “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเธอ”

  “เกี่ยวสิ…ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อมาร์คเป็นของนิมาตั้งนาน” เมื่อความน้อยใจถูกสะสมมาหลายวัน นิชากรจึงพูดอะไรที่มันสิ้นคิดออกไป 

  เธอไม่อยากหยุดความสัมพันธ์กับเขา! 

  “ฉันไม่เคยเป็นของใคร!” มาร์โคตอบเสียงแข็งจนนิชากรเริ่มรู้สึกกลัว เขาไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น! 

  “แต่เรานอนด้วยกันมานานแล้วนะ นิรู้ว่ามาร์คไม่เต็มใจหมั้น เพราะงั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิกความสัมพันธ์ของเรานี่มาร์ค” 

  มาร์โคทำสีหน้าดุดันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเมื่อนิชากรเริ่มทำตัวงี่เง่า ร่างสูงผละจากเอกสารตรงหน้า เขาลุกยืนขี้นก่อนจะจ้องหน้าเธอด้วยความไม่พอใจ 

  “เธอรู้ได้ไงว่าฉันไม่เต็มใจ” 

  “ถ้าเต็มใจทำไมมาร์คต้องเอาข้าวที่คู่หมั้นทำมาให้ทุกวันไปให้คนอื่นกินด้วยล่ะ” 

  เอมิกายืนมือไม้สั่นอยู่หน้าประตูห้อง หญิงสาวเม้มปากแน่นเพื่อระบายความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในหัวใจของเธอตอนนี้ เธอผิดหวัง….เจ็บปวด กับทุกสิ่งได้ยินอยู่ตรงนี้ มันช่างชัดเจนและกระจ่างเสียเหลือเกิน…. 

  มาร์โคไม่มีวันรักเธอ! 

  เขาไม่ต้องพูด เธอก็สามารถสัมผัสได้ทุกอย่าง เขามีคู่นอนอยู่แล้ว แถมทั้งสองยังทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน เขาทำแหวนหล่นอยู่ที่ห้องของผู้หญิงคนนั้น นั่นก็แสดงว่า…เขาไปมีอะไรกันในตอนที่หมั้นกับเธอแล้ว 

  ข้าวที่เธอตั้งใจตื่นมาทำให้ทุกวัน เขาไม่เคยแม้แต่จะชิมมัน เขาโกหก…ในตอนที่เธอถามว่าอาหารที่เธอทำมันอร่อยไหม ยิ่งยืนอยู่ตรงนี้เอมิกายิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่งมนักที่พยายามแทบตาย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่เคยคิดที่จะเหลียวแลเธอเลย

  ร่างบางหมุนตัวออกไปจากตรงนั้นทันที เธอไม่สามารถอยู่รับฟังถ้อยคำที่สร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองได้อีกต่อไป หญิงสาวไม่สนใจสิ่งของที่ลืมเอาไว้ในห้องของเขาอีกแล้ว ตอนนี้เธอรู้แต่เพียงว่าเธอเจ็บเหลือเกิน….

  เหมือนหัวใจมันแหลกสลายไปตรงหน้า! 

  รักครั้งแรกของเธอ มันจบลงแล้ว….

  “เธอกำลังล้ำเส้นฉันอยู่นะนิชากร ต่อให้ฉันไม่เต็มใจหมั้น ฉันก็เลือกที่จะจบความสัมพันธ์ของเราอยู่ดี” มาร์โคตอบกลับแบบไร้เยื่อใย ซึ่งนั่นทำให้นิชากรยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ 

  “ทำไม….”

  “เพราะฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอไง พูดจบแล้วก็ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” ตอนนี้เขากำลังอดกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ เขาไม่ไล่เธอออกจากโรงพยาบาลตอนนี้เลยก็ถือดีแค่ไหนแล้ว 

  นิชากรยืนเม้มปากแน่น เธอไม่สามารถต่อรองอะไรกับเขาได้เลย ในเมื่อเขายื่นคำขาดมาเสียขนาดนั้นเธอก็คงต้องยอมถอยกลับไปก่อน 

  เมื่อเสี่ยงประตูปิดลงมาร์โคก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างแรง……นี่คือหนึ่งเหตุผลที่เขาไม่อยากผูกมัดกับใคร เขาไม่ชอบความงี่เง่า โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบเข้ามาล้ำเส้น ไม่รู้จักอยู่ในที่ของตัวเอง 

  มาร์โคจ้องมองแหวนหมั้นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยแววตาเรียบนิ่ง ตอนนี้…กำลังสับสนในตัวเอง เขาไม่ได้ตอบนิชากรไปว่าเขาไม่ได้เต็มใจหมั้นอย่างที่เธอรู้มาจริงๆ แต่ปากของเขากลับพูดไม่ออก เพราะว่าลึกๆในใจของเขารู้ดี ว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงพูดไม่ออก 

  ตกเย็น 

  มาร์โคลุกขึ้นหวังจะขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง แต่ชายหนุ่มกลับต้องชะงักเพราะสายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าผ้าใบหนึ่งที่วางอยู่บนเก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะทำงาน มาร์โคจึงใช้มือหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเดินออกไปถามรดาที่นั่งทำงานอยู่ด้านนอก 

  “รดา….”

  “คะ ผอ”

  “มีคนไข้ลืมกระเป๋าไว้หรือเปล่า” 

  รดาก้มลงไปมองกระเป๋าผ้าสีขาวที่อยู่ในมือของ ผอ ก่อนที่เธอจะนึกได้ว่ากระเป๋าใบนี้นั้นเป็นของใคร 

  “ไม่ใช่คนไข้หรอกค่ะ ผอ รดาจำได้กระเป๋าใบนี้เป็นของน้องมีมี่ค่ะ” 

  “….”

  มาร์โคก้มลงไปมองกระเป๋าที่อยู่ในมือของตัวเอง ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก มารดาของเขาก็โทรเข้ามาเสียก่อน สายตาคมจึงผละออกจากกระเป๋าของคู่หมั้นแล้วไปสนใจโทรศัพท์แทน 

  “ครับแม่” 

  ‘ตามาร์ค! แกไปทำอะไรไว้ห๊า’ 

  มาร์โคชักโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆปลายสายก็ตะโกนตอบกลับมาเสียงดังสนั่นจนหมอหนุ่มแสบแก้วหู 

  “ผมทำอะไรครับแม่?” เขาถามออกไปด้วยความงุนงง ยังไม่กระจ่างว่ามารดาพูดเรื่องอะไร 

  ‘แกไปทำอะไรหนูมีมี่! ทำไมน้องถึงอยากถอนหมั้น!’ 

  “…..” มาร์โคเจอใบ้กิน 

  เขาเองก็งงและตกใจไม่ต่างกันที่ได้ยินมารดาบอกมาแบบนั้น เพราะเท่าที่จำได้ เมื่อเช้าเธอยังดูอารมณ์ดีอยู่เลยตอนคุยกับเขา ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะอยากถอนหมั้น 

  ‘เงียบทำไม! บอกแม่มาเดี๋ยวนี้! แกไปทำอะไรน้อง!’ มาเรียมยังไม่เลิกเซ้าซี้ ตอนนี้นางกำลังปรี๊ดแตกและอยากได้คำตอบที่ดีออกมาจากปากของลูกชาย 

  “ผมยังไม่ได้ทำอะไร” 

  ‘จะเป็นไปได้ยังไง น้องชอบแกขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะไม่มีเหตุผลในการถอนหมั้นแน่!’ นางยังไม่หายฟึดฟัด รู้สึกขัดใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายทำตัวไม่เข้าท่า 

  “แค่นี้ก่อนนะครับแม่ ผมจะไปคุยกับเธอเอง” 

  ไม่รอให้มารดาได้ตอบกลับ นิ้วหนาจัดการกดตัดสายทิ้งก่อนจะเดินออกไปหารถเก๋งคันเก่งของตัวเอง ระหว่างทางที่อยู่บนรถ หมอหนุ่มก็ได้แต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมคนที่พยายามทำอาหารมาตามตื๊ดเขาอยู่ทุกวันถึงได้อยากเลิกพยายามไปเสียง่ายๆอ

  หัวใจดวงใหญ่ที่เขาเคยคิดว่ามันแข็งแกร่งเริ่มสับสนหนัก เขาไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งๆที่ควรดีใจแต่ทำไมวินาทีที่ได้ยินว่าคนตัวเล็กต้องการถอนหมั้นเขาถึงได้ยิ้มไม่ออก แถมยังรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกต่างหาก 

  หนึ่งชั่วโมงต่อมา 

  อัญญาเกินออกมาดูรถที่ขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านดั่งเช่นทุกครั้งที่นางได้ยินเสียง สาวสูงวัยรู้สึกแปลกใจอยู่มากที่เห็น(อดีต)คู่หมั้นของลูกสาวขับรถเข้ามาที่นี่ ในเวลานี้…เพราะหากไม่มีธุระอะไรสำคัญ มาร์โคก็ไม่เคยมาเหยียบที่นี่เลย 

  “สวัสดีครับคุณน้า” ร่างสูงยกมือไหว้เพื่อนสนิทของแม่อย่างนอบน้อม ซึ่งอัญญาก็รับไหว้ด้วยท่าทางงุนงง 

  “จ้ะ ลมอะไรหอบมาล่ะตามาร์ค” 

  “เมื่อเช้ามีมี่ลืมกระเป๋าไว้ที่โรงพยาบาลครับ ผมก็เลยเอามาให้” มาร์โคยื่นกระเป๋าใบนั้นให้อัญญาไป

  “อ๋อ ขอบใจมากจ้า เดี๋ยวน้าเอาไปให้น้องเอง” นางยิ้มให้หลานชายก่อนจะเลิกยิ้มแล้วถามออกไปอีกครั้ง 

  “มาร์คมีอะไรอีกหรือเปล่าลูก”

  “ผมอยากคุยกับมีมี่ครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับเธอ” เขาเองก็อยากจะถามเธอเหมือนกัน ว่าทำไมจู่ๆถึงตัดสินใจแบบนั้น 

  มันก็น่าใจหายอยู่สำหรับคู่หมั้นที่ได้เจอหน้ากันทุกวัน แล้วจู่ๆเธอจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าอีก เขาเองก็คงจะรู้สึกแปลกออกไป ถ้ามันเป็นแบบนั้น

  หรือว่า….เขาจะชอบเด็กนั่นไปแล้ว 

  “เอ่อ…น้องไม่อยู่บ้านน่ะลูก” 

  “ไม่อยู่บ้าน? หมายความว่าไงครับ” มาร์โคยิ่งงุนงงไปกันใหญ่ เขาเห็นรถเธอจอดอยู่ที่โรงรถ แล้วเธอจะไม่อยู่ได้ยังไง 

  “น้าเองก็อยากถามมาร์คเหมือนกัน ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆลูกสาวของน้าถึงได้มาบอกให้น้าถอนหมั้น” 

  “…..” มาร์โคเงียบไม่ตอบ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะตอบออกไปว่าอะไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอมิกาเป็นอะไรกันแน่ 

  “ผมก็ไม่รู้ครับ คุณน้าเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ ว่าวันนี้เอมิกาเป็นอะไร” 

  อัญญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่นางจะตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ให้ลูกชายของเพื่อนสนิทฟัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป